freelance

เมื่อมีใครสักคนพูดขึ้นมาว่าอาชีพของเค้าคือ freelance… บางคนก็อาจฟังด้วยความรู้สึกอิจฉา “ดีจังทำงานอยู่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่เจอรถติดฝนตกเจ้านายด่าแบบเรา ทำเยอะได้เยอะ ไม่เหมือนเราทำงานมากแค่ไหนก็ได้เงินเท่าเดิม แถมไปเที่ยววันธรรมดาได้อีก โอ๊ย อยากเป็นฟรีแลนซ์บ้างจังงง”

สารพัดจะคิดกันไป

จริงๆ แล้วฟรีแลนซ์เป็นแค่คำที่แสดงสังกัด (ว่าไร้สังกัด) และมีหลายสายงานที่เป็นฟรีแลนซ์ได้ ทั้งพวกออกแบบ เซล และอื่นๆ (นึกออกแค่นี้แหละ) เช่น เวลาโปรแกรมเมอร์ไร้สังกัดสักคนพูดถึงตำแหน่งงานของตัวเอง ก็พูดได้ว่า ‘เราเป็นโปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์’ ก็แปลได้ว่าเป็นโปรแกรมเมอร์แต่ไม่ได้ทำประจำที่บริษัทไหน เป็นต้น

ในฐานะที่เคยทำฟรีแลนซ์ออกแบบสิ่งพิมพ์เกินเวลา และมักโดนคนพูดด้วยความเข้าใจผิดใส่อยู่เสมอว่า “อิจฉา” คิดว่ามีบางอย่างที่น่าอธิบายเผื่อมีคนที่สนใจอยากเป็นฟรีแลนซ์ผ่านมาอ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ก็แค่เอาไว้ “ประกอบ” นะ เพราะจริงๆ แล้วสิ่งที่เราพูดคงไม่ถูกต้อง 100% หรอก

ไม่มีสวัสดิการ
เมื่อเป็นฟรีแลนซ์ก็ย่อมไม่ได้ประจำที่หน่วยงานไหน ดังนั้นสวัสดิการอะไรที่เคยมีเคยได้ก็จะหายไป อาจต้องซื้อประกันสุขภาพ-ประกันอุบัติเหตุในกรณีที่ไม่อยากใช้บริการฟรีของรัฐ เท่าที่เจอมาด้วยตัวเองอาชีพฟรีแลนซ์มีโอกาสสูงมาก 99.99% ที่สุขภาพจะแย่เพราะการทำงาน ถ้าดูแลตัวเองได้ดีก็ไม่มีปัญหา แต่ยังไงเรื่องการซื้อประกันก็จำเป็นอยู่แล้วทั้งคนทำงานประจำและฟรีแลนซ์ ถ้าไม่ลำบากนักก็ซื้อเถอะ วันหนึ่งหากป่วยหนักขึ้นมาจะนึกขอบคุณตัวเอง

รับผิดชอบไม่จำกัด
อันนี้ล้อกับคำว่า “บริษัท-จำกัด” เพราะการทำอาชีพแบบเรา เกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับผิดชอบเอง-แก้ปัญหาเองคนเดียว ไม่มีใครช่วยดูแล ไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้า การส่งงาน เรื่องเก็บเงินทวงเงิน การรับมือกับลูกค้าไม่น่ารักบางราย ต้องมีศิลปะการต่อรองบ้างนิดหน่อย อันนี้จะนับเป็นข้อดีหรือข้อเสียก็ได้ เพราะแม้บางทีจะลำบากหรือน่าเบื่อแต่ก็ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จัดอยู่ในหมวดสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

เวลาทำงานไม่แน่นอน
โดยคร่าวๆ แล้วงานแต่ละประเภทคนทำจะประเมินได้ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ แต่หลายครั้งก็จะมีกรณีพิเศษที่เรียกว่างานเร่ง เราเจอมาตลอดแหละคำนี้ บางทีก็ต้องทำทั้งคืนเพื่อให้เสร็จทันเช้า และมักเป็นเช่นนี้บ่อยๆ หลายคนอาจคิดว่า ‘ทำไมเราไม่บอกลูกค้าว่าจะทำงานเฉพาะ office hour ไม่ทำล่วงเวลา’ บอกได้เลยว่าแค่คิดน่ะได้แต่ไร้โอกาสทำแน่นอน เมื่อลูกค้าบอกว่า ‘เร่งให้หน่อยนะ ต้องรีบใช้จริงๆ’ เราก็ใบ้กินทุกที

ชีวิตเป็นของลูกค้า
จะว่าเป็นผลต่อเนื่องมาจากข้อที่แล้วก็ได้ หลายครั้งที่ทำงานต่อเนื่องยาวนานหรืออดหลับอดนอนมาหลายวันจนกระทั่งงานเสร็จ แล้วก็..”อ่าาาห์ งานเสร็จแล้วไปเที่ยวดีกว่า” พอไปถึงที่เที่ยวแล้วก็จะได้รับโทรศัพท์ว่า “งานที่ส่งมามีบางจุดอยากเปลี่ยน มีตรงนี้อยากให้ช่วยแก้ตรงนี้ให้หน่อย…” สาเหตุเพราะบางครั้งเจ้านายที่ใหญ่กว่าเพิ่งมาเห็นและยังไม่ถูกใจก็ขอเปลี่ยน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะโอเคไปแล้วก็เถอะ สายงานอื่นไม่รู้ แต่สำหรับสิ่งพิมพ์–‘มันเป็นอย่างงี้แหละ’ ไม่มีวันพักร้อน-วันแกล้งป่วย-วันลากิจไปธุระ อย่าไปคิดว่าสบายบางทีเที่ยงคืน 31 ธันวา เพื่อนบางคนอาจกำลังเมาปลิ้นอยู่ที่ไหนซักแห่ง แต่เรายังต้องปั่นงานไฟล้นก้นก็บ่อยไป

การเงินไม่แน่นอน
งานส่วนใหญ่ว่ากันแบบชิ้นต่อชิ้น บางชิ้นได้เงินเยอะแต่กว่าจะเบิกนานเป็นเดือน บริษัทใหญ่บางแห่งวางบิล 6 เดือน บางชิ้นใช้ระยะเวลาทำนาน บางชิ้นเสร็จเร็วแต่หวิดโดนเบี้ยวโดนโกง บางรายต้องโทรตามบ่อยๆ เอกสารตกหล่นบ้าง เช่นเราให้เอกสารเบิกเงินไปแล้วแต่หาย วันที่เงินจะเข้าก็ช้าออกไปอีก ลูกค้าดีๆ ก็มีแต่ที่เจอมาก็ไม่มากนัก ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้คือราคาที่ฟรีแลนซ์ต้องจ่าย ต้องรู้จักบริหารเงินให้ดี จะก่อหนี้ก่อสินต้องระวังให้มาก หัดเก็บเงินไว้บ้าง บางเดือนที่ไม่มีงานจะทำให้ชีวิตมีปัญหาได้

ได้เที่ยววันธรรมดา
เหมือนจะเป็นข้อดีแต่ก็ไม่เชิง ทำไมฟรีแลนซ์ถึงได้เที่ยววันธรรมดา นั่นก็เป็นเพราะ
1. ลูกค้าสั่งงานวันศุกร์ และต้องการงานวันจันทร์ เสาร์อาทิตย์เลยไปไหนไม่ได้
2. สามารถเลือกจะอู้งานไปเที่ยวในวันที่คนน้อยได้แม้ว่างานยังไม่เสร็จเพราะคิดว่ากลับมาปั่นงานให้ทันได้ ซึ่งพอถึงที่สุดแล้วก็ต้องรับผลกรรมนั้นด้วยตัวเอง คือการปั่นงานหัวฟูนั่นเอง แล้วมันจะนรกขึ้นไปอีกถ้ากลับมาแล้วไฟดับนานเป็นชั่วโมง คอมเจ๊ง ฮาร์ดดิสก์เสีย ฯลฯ เวลาที่ความซวยจะมาสนองกรรมคนขี้อู้ อะไรก็เป็นไปได้เสมอ–และสิ่งเหล่านั้นมักจะเกิดในเวลาเดียวกัน เย่!!

ไม่มีใครจับผิด
สำหรับพนักงานบริษัทที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ แม้ว่าหลายครั้งงานจะเสร็จเรียบร้อยดี แต่เจ้านายยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าทำไมลูกน้องถึงดูว่างงานกันจัง ? ไม่มีงานทำกันเหรอ ทำไมนั่งเล่นเน็ต ทำไมเล่น facebook นี่แอบทำงานนอกกันหรือเปล่าทำไม-ทำไม-ทำไม ???? อาจโดนนายมองไม่ดีไปได้ (เราจะไม่พูดว่านายผิดหรือถูกนะ) แต่สำหรับฟรีแลนซ์ไม่มีใครมาสนใจ ขอแค่ได้งานตามที่นัดกันไว้ก็โอเค อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าลูกน้องที่อู้งานหรือเอางานนอกมาทำในเวลางานมีอยู่จริง ดังนั้นถ้าใครที่ทำผิดอยู่ก็อย่ามาบอกนะว่า “เจ้านายจับผิด” เพราะสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันไม่ถูก บางบริษัทโดนเรียกเข้าห้องเย็นเลยนะเธอว์…

ได้เงินเยอะ
ทำงานมากก็ได้เงินมากถ้าไม่โดนเบี้ยวนะ ทำไมต้องทำงานมากๆ ก็เพราะต้องเผื่อเอาไว้ในบางเดือนที่อาจจะไม่มีงานเข้ามา บางครั้งงานก็ชนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ต้องอดหลับอดนอนก็บ่อย ตีสองยังนั่งกินข้าวกะเพราะไก่ 7-11 อยู่ก็มี ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนที่เป็นฟรีแลนซ์จะมีความรู้สึกว่า ‘ฉันไม่ได้อยากได้เงินมากขนาดนี้’ แต่ก็หยุดทำงานไม่ได้ ที่สำคัญคือไอ้เงินที่หามาได้นั้นบางทีก็ต้องเอามารักษาตัว เสียเงินมากๆ ให้โรงพยาบาลในท้ายที่สุดอีกสำหรับบางคน

ไม่มีสังคม
อาจเป็นข้อดีสำหรับบางคนและข้อเสียสำหรับอีกคน ฟรีแลนซ์ทำงานคนเดียว ไม่มีสังคมการทำงานและมักจะว่างเวลาคนอื่นยุ่งเสมอๆ อย่างเพื่อนเรานัดเจอกันก็วันศุกร์-วันสิ้นเดือนซึ่งเป็นวันยุ่งสุดของเราเหมือนกัน วันๆ คุยอยู่แต่กับคอมพิวเตอร์ อยากเม้าท์มอยอย่างชาวออฟฟิศบ้างก็ไม่ได้ ถ้าทำอาชีพนี้สัก 10 ปี มันก็คือ 10 ปีที่แทบจะไม่ค่อยได้ไปพบปะผู้คนเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นคนขี้เหงา ชอบสังคม ชอบเจอคน หรือทำงานเป็นทีม ก็อาจไม่ชอบตรงจุดนี้

จริงๆ แล้วทั้งข้อดีและข้อเสียที่เขียนมาทั้งหมดก็อาจเกิดขึ้นได้กับคนทำงานประจำบางคนก็ได้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าฟรีแลนซ์หรือประจำดีกว่า ตรงนี้มันไม่มีความหมายและสำคัญเท่ากับว่าเราชอบอะไร มีความสุขหรือถนัดกับอะไรมากกว่า

Advertisements