ให้อภัยแต่ไม่ลืม

หลายวันก่อนได้อ่านบทความจากเพื่อนเขียนแสดงความคิดเห็นเรื่องการให้อภัย เลิกโกรธเกลียดเพราะชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะเสียเวลากับเรื่องเหล่านั้น อ่านแล้วก็เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะ อีกเรื่องที่ต้องยกย่องคือเพื่อนคนนี้เขียนหนังสือเก่ง เรียบเรียงถ้อยคำลื่นไหลสละสลวย คาดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเขียนเก่ง (พอรู้มาบ้างว่าเป็นหนอนหนังสือ และหนอนหนังสือจะเขียนได้ดีเสมอ) เป็นเื่พื่อนอีกคนที่ชื่นชมในความรู้-ความสามารถ และทำให้ทึ่งได้เสมอกับ reaction ต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆได้ดีแม้ว่าเราจะไม่ได้สนิทกันซักเท่าไหร่

พูดถึงเรื่องเกลียดหรือโกรธ มันมีความแตกต่างของมันอยู่ คนที่เราโกรธอาจจะไม่ได้เกลียดก็ได้ อย่างเช่น คนเราอาจจะมีอารมณ์โกรธเพื่อนได้แต่เดี๋ยวก็หาย บางทีเรื่องที่โกรธก็เป็นเรื่องเล็กๆ อะไรอย่างงั้น
แต่การที่คนๆ นึงจะโดนเกลียดไม่จำเป็นต้องโกรธกันมาก่อนเสมอไป อาจจะโกรธหรือไม่โกรธ…ได้ทั้งคู่ เพราะบางทีคนเราเกลียดกันด้วยความหมั่นไส้ก็มี โดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องเกลียดตอบ เพราะบางครั้งเจ้าตัวก็ยังไม่รู้เลยว่าโดนเกลียดเข้าให้แล้ว

ส่วนตัวเราเองเรื่องโกรธก็มีตามปกติมนุษย์ แต่พอนานๆ ไปก็หาย คือเป็นคนหายช้าอีกต่างหาก ถือว่าตรงนี้เข้าเกณฑ์คำว่าขาดทุนชีวิตตามที่เพื่อนแสดงความเห็นไว้เลยล่ะ ส่วนเกลียดนี่ไม่รู้เหมือนกัน คนที่พูดไ้ด้ว่าคู่ควรกับคำว่าเกลียดจริงๆ คงมี 1 คน (เอาจริงๆ คนนี้ถ้าไม่ลืมเราแผ่เมตตาให้เขาตลอดนะเวลาสวดมนต์ ไม่ได้เป็นคนดีอะไรแค่ไม่อยากเจอกันอีก) อีก 2 คนก็เป็นแค่อารมณ์ว่า “ไม่อยากเห็นหน้า” 2 คนหลังนี้เป็นแบบ ถ้ามีคนมาพูดถึงก็ฟังได้เฉยๆ แต่จะไม่แสดงความคิดเห็นอะไรมากไปกว่า

“เหรอ”
“เออ”
“อืม”
“ไม่รู้ดิ”

เราเป็นคนที่ไม่พูดถึงคนที่ตัวเองไม่ชอบ (หรือเกลียด) และถ้ามีใครมาถามว่ามีปัญหาอะไรกับคนนั้น เราเคยตอบว่า “ไม่มีอะไร” คือเรื่องมันจบไปแล้ว ยังไงเราก็ไม่กลับไปคุยกับไอ้คนนั้นอีกแน่ๆ เลยไม่อยากจะเผาหรือด่าอะไรลับหลัง ถ้าโกรธมากๆ ขอด่าต่อหน้าดีกว่า (สำหรับคนที่เกลียดมากจริง บางครั้งอยากบอกเขาต่อหน้าด้วยซ้ำไป) ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีใครตั้งคำถามนี้ โดยปกติคนเรากับประเด็นอย่างนี้เขาไม่ถามเจ้าตัวกันหรอก ก็เอาไปจับกลุ่มเม้าส์เมามันตามประสา

จริงๆ คือ…เราตัดสินใจไปแล้วว่าจะทำยังไงกับคนๆ นี้ บางคนเนี่ยมันไม่สามารถจะมาเป็นเพื่อนกันได้อีก เพราะด้วยลักษณะอุปนิสัยค่อนข้างเป็นภัยกับชีวิตเราอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ทำให้เราตายได้ใน 2 วิ แต่จะคบไปทำไมไม่รู้ คำว่าเพื่อนมีค่าเกินกว่าจะคบใครก็ได้แม้กระทั่งคนที่เคยทำแย่ๆ กับเรา เป็นเพื่อนร่วมโลกอย่างเดียวพอ มากที่สุดที่จะให้ได้คือยิ้มมุมปากไม่เห็นฟันเท่านั้นแหละนะ

ถามว่าให้อภัยได้ไหม มันก็เรื่องแล้วไปแล้วทั้งนั้นแหละ เค้าก็ไม่ได้มาฆ่าพ่อฆ่าแม่เรา ไม่ได้โกงเงินสิบล้าน ไม่ได้ทำเราสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ประเด็นคือจะคบคนแบบนี้เป็นเพื่อนไปทำไม คำว่าให้อภัยไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นเพื่อนกัน ให้อภัยแล้วก็ทางใครทางมัน และเราจะไม่เปิดช่องให้เค้าทำอะไรเราได้อีก ในส่วนของเราเองก็ต้องจำไว้เป็นประสบการณ์ในการสังคมกับคน จะได้รู้ว่าคนที่เข้ามาแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ คือไม่น่าไว้ใจ

ซึ่งเราก็เข้าใจสาเหตุอยู่ว่าทำไมเราถึงเกลียดคนนี้ นั่นเพราะครั้งหนึ่งเราเคยให้ความเคารพและนับเขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่คนนึงเลยแหละ พอตอนหลังเจอลี้คิมฮวงเลยค่อนข้างทิงเจอร์ (แสบ!) พอควร และเป็นจุดหักเหที่ทำให้คนอย่างเราซึ่งปกติไว้ใจคนยากอยู่แล้ว ก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก

หลังจากเหตุการณ์นี้เราก็ไม่คบใครเป็นเพื่อนจริงจังอีก ความเป็นเพื่อนที่จะแชร์ร่วมกับคนอื่นคงมีอยู่ซัก 5% ได้ ไม่รู้สิ ค่อนข้างระแวงระวัง รู้ตัวว่าดูเข้าขั้นวิตกจริต แต่การเป็นเพื่อนกับใครตอนแก่ๆ แล้วก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่นะ เท่าที่เห็นก็ผลประโยชน์เป็นใหญ่กันมากจนน่าเบื่อเลยล่ะ นึกดีใจที่ตอนมหาลัยมีเพื่อนอยู่บ้าง ไม่งั้นทุกวันนี้ก็ไม่มีเพื่อนเลยเพราะเราไม่ได้คบเพื่อนใหม่ๆ อีก

แต่ทุกวันนี้ไม่ได้อะไรกับเขาเท่าไหร่แล้ว รวมถึงอีก 2 คนที่อยู่หมวด “ไม่ชอบ” ด้วย ก็อย่างที่บอกว่าเรื่องมันนานมาแล้ว เมื่อไม่ได้สังฆกรรมอะไรร่วมกันเราก็ไม่ได้สนใจอะไรกันอีก

ตอนมหาลัยเราต๊องนะ ขำ บ้า คุยอะไรกับกลุ่มเพื่อนมีแต่เรื่องปัญญาอ่อนทั้งนั้น จนเพื่อนนอกกลุ่มยังคิดว่าทำไมแก๊งนี้มันขำกันได้ทั้งวันวะ เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนได้กับทุกคน เรียกได้ว่าค่อนข้างเปิดเผยเป็นมิตร เดี๋ยวนี้ก็เป็นมิตร แต่ไม่มีใครเข้าถึง “ความเป็นเราจริงๆ” ได้ง่ายนักหรอก (แต่เรารู้สึกได้ว่าหลายคนในสังคมก็เป็นแบบนี้นะ)

บางทีความที่เราเป็นมิตรไปเรื่อยไม่เลือก ก็เหมือนเข้าห้องน้ำได้ทุกที่ในโลกอ่ะแหละ บางทีอาจทำให้เราติดโรคมาจากห้องน้ำได้ เพราะห้องน้ำทั่วๆ ไปใครๆ ก็เข้า ถ้าเรารู้จักเลือกซะบ้าง เข้าห้องน้ำเฉพาะที่ดูสะอาดปลอดภัย มีแอลกอฮอล์เช็ดที่รองนั่ง มีทิชชู่ส่วนตัว ชีวิตก็น่าจะปลอดภัยระดับนึงนะ

จากเรื่องเกลียด กลายเป็นเรื่องเพื่อน สรุปสุดท้ายกลายเป็นเรื่องส้วมไปได้ไงไม่รู้!!

Advertisements