ความคิดเห็นเป็นเรื่องส่วนบุคคล

ความคิดเห็นเป็นเรื่องส่วนบุคคล
มันก็จะต้องมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ก็แค่ไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น
ไม่ได้แปลว่าเราจะมีปัญหากับคนที่เป็นเจ้าของความคิดนั้น

เป็นเรื่องยากมากที่จะแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่กระทบกระทั่งกัน
ยกตัวอย่างจากชีวิตจริงว่า เราไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน
แต่เราไม่เคยรู้สึกอะไรกับคนทั้งหลายที่มีความชอบในเรื่องนี้

แต่ถ้าอยู่ๆ เราจะพูดแสดงความคิดขึ้นมาลอยๆ
คนที่ชอบในเรื่องเหล่านี้ ก็อาจจะรู้สึกไม่ดีกับเรา
อาจรู้สึกว่าเราไม่ชอบเขา
และอาจจะทำให้เขารู้สึกไม่ชอบหน้าเราไปด้วย

เราคิดว่ามันแยกกันยาก
ไอ้ความรู้สึกที่ว่า สิ่งที่เราทำคือตัวเรา

หรืออย่างตัวเรา เป็นคนชอบอ่านหนังสือ
ถ้ามีใครสักคนพูดขึ้นมาว่า “ชั้นว่าคนชอบอ่านหนังสือ วันๆ เอาแต่อ่านหนังสือนี่บ้าว่ะ ไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่นบ้างรึไง”
เราก็อาจจะตากระตุกได้ พร้อมด้วยความคิดที่เด้งขึ้นมาว่า “เฮ้ย ไอ้นี่มันว่าตรูนี่หว่า”

มันเป็นเลเยอร์บางๆ
ที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง
แต่พอจะรู้อยู่บ้างว่า ไม่ควรพูดแสดงความคิดเห็นด้วยประการทั้งปวง
เงียบไว้ หุบปากไว้เถอะเป็นดี

จริงๆ มันก็คือการพูดวิพากษ์ผู้อื่นอ่ะนะ
ไอ้รู้สึกนั้นก็รู้สึกได้อยู่ เพราะความรู้สึกห้ามไม่ได้
แต่ไม่ควรพูด

หรือถ้าหากจะพูด ก็น่าจะเป็นการพูดเพื่อเปิดโลกของเราให้กว้างขึ้น
พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
ก็น่าจะดีกว่าอยู่ๆ ไปพูดว่า ไม่ดี ไม่ชอบ ไร้สาระ
แต่ก็ต้องดูคน ดูอารมณ์ ดูสถานที่

ถ้าจะเอาปลอดภัยไร้กังวลเลย ก็ไม่ต้องพูดเลยนะ
ดีที่สุดเลย

หลายครั้งเราก็อยากอัพเดตสเตตัสเฟซบุ๊คบ้างแหละ
เหมือนๆ ชาวบ้านเขา ทำตัวให้มีตัวตนบ้าง

พอจะโพสอะไร มันก็จะมีคำถามในใจทุกทีว่า
โพสแล้วไอ้สิ่งนี้มันจะกระทบใครไหม มันจำเป็นต้องโพสหรือเปล่า
มีเพื่อนหลายคนในนั้นที่เราไม่ได้ติดตามโพสเขาตลอดเวลา

(จริงๆ คือเราไม่ค่อยได้ติดตามเพื่อนคนไหนหรอก เล่น facebook คือติดตามข่าวสารเพจต่างๆ ที่สนใจเท่านั้น)

ถ้าโพสไป กระทบกระทั่งกัน
หรือทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเราว่าเขาอ่ะ มันก็ไม่ดี
เลยลงท้ายว่าไม่ได้โพสอะไรทุกทีไป
เพราะรู้ตัวดีว่าเขียนอะไรก็ตกๆ หล่นๆ
ไม่ค่อยรอบคอบในข้อความที่จะออกตัวไว้ก่อน

แล้วโลกโซเชียลเดี๋ยวนี้น่ากลัวนะ
มันพร้อมจะโดนคนแชร์ พร้อมจะโดนคนแค็ปหน้าจอไปเผยแพร่ต่อแบบละเมิดกันง่าย
จะยังผลให้โดนรุมยำตีนง่ายด้วยเหมือนกัน

ยอมรับแบบตาขาวๆ ว่ากลัว
มีอะไรก็มาเขียนในนี้ดีกว่า

อะไรที่มันเป็นใจความสำคัญก็ดึงลงมาเขียนไว้ท้ายๆ
แล้วก็เขียนให้ยาวๆ เข้าไว้
เพราะว่าคนอาจจะอ่านมาไม่ถึง 55

เย้ยย..อันหลังนี้ล้อเล่นนะ

Advertisements